วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

วัตถุ/สารอันตราย ตอนที่2

** สถานที่ที่ทำให้เจอ เนื่องจากในเขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบางเสาธง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สีม่วงสามารถตั้งโรงงานอุตสาหกรรมได้ จึงทำให้สามารถพบเจอได้บ่อยจากการออกพื้นที่เพื่อตรวจสอบอาคารและโรงงาน
โดยส่วนใหญ่จะเห็นได้ชัดจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งในที่นี้ขอยกตัวอย่าง บริษัท TOA .CO. เป็นอุตสาหกรรมที่ผลิตสีทาบ้าน สารตะกั่วที่พบในโรงงานประเภทนี้ เป็นประเภทสารประกอบอนินทรีย์ตะกั่ว ออกไซด์ของตะกั่ว ได้แก่ ตะกั่วมอนอกไซด์ ( Lead monoxide ) ใช้เป็นสารสีเหลืองผสมสีทาบ้าน เป็นต้น และด้วยการที่
“ สารตะกั่ว ” มีคุณสมบัติที่อ่อนตัวสามารถแปรรูปได้โดยการดัด ทุบ รีด หลอม เป็นรูปร่างต่างๆได้ สามารถผสมเข้ากับโลหะต่าง ๆ ได้ดี รวมทั้งการทำปฏิกิริยาเกิดเป็นเกลือของตะกั่วต่าง ๆ ทำให้มันถูกนำมาใช้ เป็นส่วนผสมหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าที่บ้าน ที่ทำงาน หรืออื่น ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา แต่ เนื่องจากอันตรายของตะกั่ว จึงมีมาตรการลดการใช้สารอันตรายชนิดนี้ลง ที่เห็นได้ชัดคือ สี ทาบ้านและน้ำมัน แต่อย่างไรก็ตามยังพบว่ายังมีวัสดุที่มีสารตะกั่วเป็นส่วนประกอบอีกมากมาย เช่น เครื่องปั่นดินเผา แบตเตอร์รี่ หมึก สี ตัวเชื่อม ท่อน้ำ ชามเซลามิก ของเล่นเด็ก ลิปสติก ฯลฯ ซึ่งสารตะกั่วนี้สามารถอยู่ได้ทั้งในอากาศ น้ำ ดิน แม้ว่ารัฐบาลได้มีความพยายามที่จะลดสารตะกั่วออกจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา เช่น การใช้น้ำมันที่ปราศจากสารตะกั่ว การใช้ท่อประปาที่ทำจาก pvc แต่ ก็ยังตรวจพบสารตะกั่วในสิ่งแวดล้อม อยู่ประจำ

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

วัตถุ/สารอันตราย ตอนที่1

นายประสิทธิ์ จันทร์เมือง รหัส 5214770367
นักศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการตรวจสอบและกฎหมายวิศวกรรม รุ่นที่ 1
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายออกแบบและควบคุมอาคาร ( นักบริหารงานช่าง 7 )
สังกัด องค์การบริหารส่วนตำบลบางเสาธง
** สาร/วัตถุอันตรายที่พบบ่อยที่สุดในที่ทำงาน : สารตะกั่ว : Lead ( สัญลักษณ์ทางเคมี คือ Pb จาก Plumbum )
“ ตะกั่ว ” เป็นแร่ธาตุประเภทโลหะหนัก มีเลขอะตอมิก ๘๒ โดยเป็นธาตุที่ ๕ ของหมู่๔A ในตารางธาตุ น้ำหนักอะตอมเท่ากับ ๒๐๗.๑๙ จุดหลอมเหลว ๓๒๗.๕ องศาเซลเซียส จุดเดือด ๑๗๔๐ องศาเซลเซียส ความถ่วงจำเพาะ ๑๑.๓๔ วาเลนซี ๐,+๒และ+๔ มีลักษณะเป็นของแข็ง สีเทาปนขาว( สีเงิน) เป็นสารพิษที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต จัดอยู่ในประเภทที่ 6 จำพวก สารพิษ รหัส 2291 ตามการจำแนกของ UN
** สถานที่ที่ทำให้เจอ เนื่องจากในเขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบางเสาธง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สีม่วงสามารถตั้งโรงงานอุตสาหกรรมได้ จึงทำให้สามารถพบเจอได้บ่อยจากการออกพื้นที่เพื่อตรวจสอบอาคารและโรงงาน
โดยส่วนใหญ่จะเห็นได้ชัดจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งในที่นี้ขอยกตัวอย่าง บริษัท TOA .CO. เป็นอุตสาหกรรมที่ผลิตสีทาบ้าน สารตะกั่วที่พบในโรงงานประเภทนี้ เป็นประเภทสารประกอบอนินทรีย์ตะกั่ว ออกไซด์ของตะกั่ว ได้แก่ ตะกั่วมอนอกไซด์ ( Lead monoxide ) ใช้เป็นสารสีเหลืองผสมสีทาบ้าน เป็นต้น และด้วยการที่
“ สารตะกั่ว ” มีคุณสมบัติที่อ่อนตัวสามารถแปรรูปได้โดยการดัด ทุบ รีด หลอม เป็นรูปร่างต่างๆได้ สามารถผสมเข้ากับโลหะต่าง ๆ ได้ดี รวมทั้งการทำปฏิกิริยาเกิดเป็นเกลือของตะกั่วต่าง ๆ ทำให้มันถูกนำมาใช้ เป็นส่วนผสมหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าที่บ้าน ที่ทำงาน หรืออื่น ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา แต่ เนื่องจากอันตรายของตะกั่ว จึงมีมาตรการลดการใช้สารอันตรายชนิดนี้ลง ที่เห็นได้ชัดคือ สี ทาบ้านและน้ำมัน แต่อย่างไรก็ตามยังพบว่ายังมีวัสดุที่มีสารตะกั่วเป็นส่วนประกอบอีกมากมาย เช่น เครื่องปั่นดินเผา แบตเตอร์รี่ หมึก สี ตัวเชื่อม ท่อน้ำ ชามเซลามิก ของเล่นเด็ก ลิปสติก ฯลฯ ซึ่งสารตะกั่วนี้สามารถอยู่ได้ทั้งในอากาศ น้ำ ดิน แม้ว่ารัฐบาลได้มีความพยายามที่จะลดสารตะกั่วออกจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา เช่น การใช้น้ำมันที่ปราศจากสารตะกั่ว การใช้ท่อประปาที่ทำจาก pvc แต่ ก็ยังตรวจพบสารตะกั่วในสิ่งแวดล้อม อยู่ประจำ

สารเคมี/วัตถุอันตราย

นายประสิทธิ์ จันทร์เมือง รหัส 5214770367
นักศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการตรวจสอบและกฎหมายวิศวกรรม รุ่นที่ 1
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายออกแบบและควบคุมอาคาร ( นักบริหารงานช่าง 7 )
สังกัด องค์การบริหารส่วนตำบลบางเสาธง
** สาร/วัตถุอันตรายที่พบบ่อยที่สุดในที่ทำงาน : สารตะกั่ว : Lead ( สัญลักษณ์ทางเคมี คือ Pb จาก Plumbum )
“ ตะกั่ว ” เป็นแร่ธาตุประเภทโลหะหนัก มีเลขอะตอมิก ๘๒ โดยเป็นธาตุที่ ๕ ของหมู่๔A ในตารางธาตุ น้ำหนักอะตอมเท่ากับ ๒๐๗.๑๙ จุดหลอมเหลว ๓๒๗.๕ องศาเซลเซียส จุดเดือด ๑๗๔๐ องศาเซลเซียส ความถ่วงจำเพาะ ๑๑.๓๔ วาเลนซี ๐,+๒และ+๔ มีลักษณะเป็นของแข็ง สีเทาปนขาว( สีเงิน) เป็นสารพิษที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต จัดอยู่ในประเภทที่ 6 จำพวก สารพิษ รหัส 2291 ตามการจำแนกของ UN
** สถานที่ที่ทำให้เจอ เนื่องจากในเขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลบางเสาธง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สีม่วงสามารถตั้งโรงงานอุตสาหกรรมได้ จึงทำให้สามารถพบเจอได้บ่อยจากการออกพื้นที่เพื่อตรวจสอบอาคารและโรงงาน
โดยส่วนใหญ่จะเห็นได้ชัดจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งในที่นี้ขอยกตัวอย่าง บริษัท TOA .CO. เป็นอุตสาหกรรมที่ผลิตสีทาบ้าน สารตะกั่วที่พบในโรงงานประเภทนี้ เป็นประเภทสารประกอบอนินทรีย์ตะกั่ว ออกไซด์ของตะกั่ว ได้แก่ ตะกั่วมอนอกไซด์ ( Lead monoxide ) ใช้เป็นสารสีเหลืองผสมสีทาบ้าน เป็นต้น และด้วยการที่
“ สารตะกั่ว ” มีคุณสมบัติที่อ่อนตัวสามารถแปรรูปได้โดยการดัด ทุบ รีด หลอม เป็นรูปร่างต่างๆได้ สามารถผสมเข้ากับโลหะต่าง ๆ ได้ดี รวมทั้งการทำปฏิกิริยาเกิดเป็นเกลือของตะกั่วต่าง ๆ ทำให้มันถูกนำมาใช้ เป็นส่วนผสมหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าที่บ้าน ที่ทำงาน หรืออื่น ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา แต่ เนื่องจากอันตรายของตะกั่ว จึงมีมาตรการลดการใช้สารอันตรายชนิดนี้ลง ที่เห็นได้ชัดคือ สี ทาบ้านและน้ำมัน แต่อย่างไรก็ตามยังพบว่ายังมีวัสดุที่มีสารตะกั่วเป็นส่วนประกอบอีกมากมาย เช่น เครื่องปั่นดินเผา แบตเตอร์รี่ หมึก สี ตัวเชื่อม ท่อน้ำ ชามเซลามิก ของเล่นเด็ก ลิปสติก ฯลฯ ซึ่งสารตะกั่วนี้สามารถอยู่ได้ทั้งในอากาศ น้ำ ดิน แม้ว่ารัฐบาลได้มีความพยายามที่จะลดสารตะกั่วออกจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา เช่น การใช้น้ำมันที่ปราศจากสารตะกั่ว การใช้ท่อประปาที่ทำจาก pvc แต่ ก็ยังตรวจพบสารตะกั่วในสิ่งแวดล้อม อยู่ประจำ
** ความเป็นพิษ / การดูดซึมของสารตะกั่ว สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายวิธีทั้งทางเดินอาหาร แหล่งสำคัญ คือ การปนเปื้อนของตะกั่วในอาหาร น้ำ และเครื่องดื่ม ฯ และทางเดินหายใจ เกิดจากการหายใจเอาควัน หรือฟูมของตะกั่วเข้าไป รวมถึงจากการสัมผัส ซึ่งทำให้ตะกั่วซึมผ่านทางผิวหนัง กรณีนี้ส่วนใหญ่มาจากการทำงานที่มีอัตราความเสี่ยงของการสัมผัสหรือจับต้องวัสดุที่มีส่วนผสมของสารตะกั่วเป็นองค์ประกอบบ่อยครั้ง พบว่าร้อยละ ๗๐-๘๕ ของตะกั่วที่เข้าสู่ ร่างกายจะสามารถดูดซึมสารตะกั่วจากทางเดินอาหาร ร้อยละ 11 ในผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็กจะดูดซึมได้มากถึงร้อยละ ๓๐-๗๕ จะเห็นได้ว่าหากมีสารตะกั่วในอาหารทางเดินอาหารของเด็กจะดูดซึมได้ดีมาก เด็กที่ขาดอาหาร ขาดธาตุเหล็ก ขาดธาตุแคลเซียม หรืออาหารมันๆจะเพิ่มการดูดซึมสารตะกั่ว ส่วนทางเดินหายใจร่างกายจะสามารถดูดซึมได้ร้อยละ๕๐ ทางผิวหนังจะดูดซึมสารตะกั่วได้น้อย
** อันตราย / ผลเสียของสารตะกั่วต่อสุขภาพ
- การสัมผัสทางหายใจ การหายใจเข้าไป ตะกั่วสามารถดูดซึมผ่านระบบการหายใจทำให้เกิดอาคารระคายเคืองของกล่องเสียงและปอด กรณีการสัมผัสอย่างเฉียบพลันจะทำให้มีอาคารคล้ายได้รับรสชาติของโลหะ เจ็บหน้าอก ปวดช่องท้อง และอาจทำให้ระดับตะกั่วในเม็ดเลือดสูง
- การสัมผัสถูกผิวหนัง อาจจะดูดซึมผ่านผิวหนังได้เมื่อสัมผัสเป็นระยะเวลานาน อาการแสดงเป็นโรคแพ้พิษตะกั่ว หรืออาจเป็นเหตุให้เกิดระคายเคืองเฉพาะที่ได้ ผื่นแดง ฯ
- การกลืนเข้าไป ความเป็นพิษทำให้เกิดอาการแพ้พิษตะกั่ว อาจเกิดอาการเป็นตะคริว คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ระดับตะกั่วในเลือดสูง ช็อก และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
- การสะสมของสารตะกั่วเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ อาทิ มะเร็ง ความดันโลหิตสูง การรบกวนการมองเห็น เป็นต้น
ค่าปกติของสารตะกั่วในสิ่งแวดล้อม
• ค่าสารตะกั่วในน้ำดื่มไม่ควรเกิน 15 ppb [parts per billion ]
• ค่าสารตะกั่วในดินไม่ควรเกิน 5 ppm [parts per million ]
• ค่าสารตะกั่วในอากาศไม่เกิน 1.5 ug/cubic meter (micrograms per cubic meter) per quarter
** แนวทางป้องกัน
เนื่องด้วย งานที่ปฏิบัติในหน้าที่ เป็นนายช่างนายตรวจ ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร เมื่อได้เข้าตรวจสอบอาคารหรือโรงงาน จะทำการสังเกตเบื้องต้น เกี่ยวกับการจัดเก็บสารเคมีต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัย ถ้าพบสิ่งผิดปกติจะทำหนังสือประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอุตสาหกรรมจังหวัดให้เข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากกรณีสารพิษชนิดนี้และชนิดอื่น ๆ รั่วไหล ทั้งนี้ เพื่อคงไว้ซึ่งคุณภาพของสิ่งแวดล้อม รวมถึงการกำชับผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลการบริหารงานในสถานที่นั้น ๆ เกี่ยวกับกระบวนการป้องกันและลดอุบัติเหตุจากการทำงานโดยเฉพาะในที่ที่มีโอกาสเสี่ยงเกี่ยวกับสารเคมีสูง ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับภาวะแวดล้อม ( สารเคมี ) พ.ศ. 2520 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมี พ.ศ. 2534